วิธีการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขปราศจากภาวะโรคซึมเศร้า

ปฏิเสธกันไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้ โรคที่แทรกซึมน่ากลัวมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “โรคซึมเศร้า” แม้ว่าเราจะอยู่ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีก้าวไกลและทุกสิ่งพัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อผู้คนต่างก็พากันใช้ชีวิตเพื่อเป้าหมายและสิ่งที่ตัวเองต้องการเป็นแรงขับเคลื่อนชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตเพื่อการทำงาน เพื่อคนที่ตัวเองรัก เพื่อความสำเร็จ หรือเพื่อตัวเอง ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมา อาจจะได้ดั่งใจต้องการหรือเป็นไปไม่ได้ก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้เรามีความสุขเสมอไป บางทีการทำเพื่อเป้าหมาย หรือเพื่อใครสักคนอาจแปรเปลี่ยนกลายเป็นความเครียด ความกดดัน การไม่ยอมรับความจริง สุดท้ายแล้วเมื่อไม่สามารถก้าวข้ามผ่านมันไปได้ ก็หลีกหนีความรู้สึกเหล่านั้นด้วยการจบชีวิตของตัวเอง

การดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข

 

หลายคนอาจสงสัยในกรณีการฆ่าตัวตายของบุคคลที่ร่ำรวยและเพียบพร้อมไปด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง ทำไมพวกเขาเหล่านั้นที่เป็นต้นแบบของใครต่อใครที่อยากจะเป็นเช่นพวกเขาถึงเลือกที่จะจบชีวิตตนเอง ในหลายครั้ง โรคซึมเศร้า ที่ทุกคนคุ้นเคยแต่ไม่เคยรู้จักนั่นแหล่ะที่ทำให้พวกเขาเหล่านั้นแม้จะมีชีวิตที่เพียบพร้อมแค่ไหนก็รู้สึกว่าว่างเปล่า รู้สึกเคว้งคว้าง ถ้าจะให้พูดให้เห็นภาพ ให้ลองนึกถึงตัวเองติดอยู่บนชั้นที่สามสิบกว่า ๆ ขณะทีไฟไหม้และลามมาถึงที่พักพร้อมควันพิษมากมาย แต่เมื่อมองออกหน้าต่างไปพบกลุ่มดาวส่องสว่างมากมาย นั่นแหล่ะความรู้สึกของคนที่ถูกโรคซึมเศร้ากัดกินและต้องการจะหนีให้พ้นไปจากมัน

 

โรคซึมเศร้าเป็นโรคภัยทางกายและจิตใจอย่างหนึ่งที่ควรได้รับการรักษาทั้งจากแพทย์และผู้คนรอบข้าง ยิ่งในยุคสมัยที่สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิต คำวิจารณ์ ด่าทอ สาปแช่งหรืออะไรก็ตามแต่ที่มาจากในโลกออนไลน์ค่อนข้างส่งผลกระทบต่อผู้ที่ถูกกระทำจนแปรเปลี่ยนกลายเป็นความเครียด ความกดดัน และพัฒนากลายเป็นโรคซึมเศร้าที่เอาแต่เฝ้าโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของตนเอง

 

หากพบว่าตัวเองมีความเครียด ความกดดัน ไม่รู้จะหันหน้าปรึกษาใคร ลองติดต่อไปที่ “สายด่วนสุขภาพจิต 1323 และสายความรู้สุขภาพจิต 1667” ที่นี่จะมีนักจิตวิทยาคอยรับฟังปัญหาพร้อมแนะนำให้กำลังใจรวมถึงแนวทางวิธีแก้ไขที่เหมาะสม ส่วนใครที่ยังไม่เจอสภาวะความกดดันหรือความเครียดแต่กังวลว่าสักวันหนึ่งจะกลายเป็นคนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า ลองเปลี่ยนวิธีการดำรงชีวิตเพื่อเสริมสร้างความสุขกันดูสักนิดไหม ซึ่งวิธีการที่ว่านี้ก็ไม่ยากและไม่ต้องเสียเงินแต่อย่างใด อันได้แก่

 

  • การรู้จักตัวเอง การเรียนรู้ตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อเราเข้าใจและรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร วิเคราะห์ข้อดีหรือข้อเสียของตัวเองเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข และรักษาส่วนที่ดีไว้ สิ่งนี้จะทำให้เรามีความแน่วแน่ในการกระทำเพื่อนำไปสู่เป้าหมายได้ง่ายมากขึ้น

 

  • อย่ากดดันตัวเอง การใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมายและแบบแผนที่วางไว้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ไม่ควรกดดันตัวเองจนเกิดภาวะความเครียด เหมือนสายพิณเมื่อปรับให้ตึงมาก สักวันก็ขาดไม่เป็นผลดีกับใคร แล้วยังทำร้ายตัวเราเองได้ง่าย ๆ

 

  • มีอารมณ์ขัน การใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ สามารถเยียวยาจิตใจได้เป็นอย่างดี เพราะการหัวเราะเป็นการผ่อนคลายตัวเองอย่างหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกาย ช่วยลดความดันโลหิตและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เสริมบุคลิกให้เป็นคนที่ใคร ๆ ก็อยากอยู่ใกล้

 

  • เปิดใจให้กว้าง เมื่อเราเปิดใจให้กว้าง เราก็สามารถเรียนรู้และรับทุกอย่างที่เป็นไปได้ง่าย สามารถมองเห็นความเป็นจริงได้ชัด ปราศจากอคติที่ก่อให้เกิดความขุ่นมัว

 

  • ยอมรับข้อบอกพร่อง ไม่มีใครบนโลกใบนี้ไม่เคยทำผิดหรือไม่เคยทำพลาด อยู่มที่ว่าเรายอมรับและเรียนรู้กับมันได้เร็วแค่ไหน ผู้ชนะที่แท้จริงคือคนที่แก้ไขตัวเอง แล้วเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้าอย่างมีความสุข

 

  • ปล่อยวาง การยึดถือสิ่ง ๆ หนึ่งไว้ตลอดเวลาไม่ทำให้เกิดผลดี เรื่องบางเรื่องก็เช่นกัน อย่าฝืนจนตัวเองเครียด การหยุดพักเพื่อหาวิธีใหม่ หรือเริ่มเดินต่อกับเส้นทางเดิมหรือเส้นทางใหม่ นั้นก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เราเห็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดขึ้น

 

  • ดูแลรักษาสุขภาพ เหนือสิ่งอื่นใด สุขภาพร่างกายเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขและมีแรงเคลื่อนไหวทำสิ่งต่าง ๆ ในแต่ละวัน การรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาความสะอาดของร่างกายและข้าวของเครื่องใช้ และออกกำลังกายเป็นประจำก็ยังช่วยให้เรามีสุขภาพจิตที่ดี เพราะสุขภาพร่างกายหาซื้อไม่ได้ด้วยเงินทอง การดูแลรักษาแต่เนิ่น ๆ จึงดีกว่าหาเงินมาจ่ายเพื่อรักษาค่าพยาบาล
Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn